เอาแล้วไง! Hackers ปรับยุทธการล้วงตับ ไม่ใช่แค่ขโมย แต่ต้องศัลยกรรมข้อมูล “หลุด”! ด้วย

ในช่วงที่ผ่านมามีข่าวของการปล่อยข้อมูลส่วนตัวอยู่เป็นประจำ แน่นอนว่าในต่างประเทศก็หนีไม่พ้นการปล่อย email ของนาง Hilary Clinton และพรรค Democrat จนทำให้ตอนนี้ทั้งผู้สมัคร์และตัวพรรคเองเป็นที่ไม่ไว้วางใจของประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก แม้แต่คนในพรรคก็ไม่ไว้ใจกันเองแล้ว ในประเทศไทยเองก็ก็คุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้ดี เรามักได้เห็นเอกสารข้าราชการ “หลุด” ออกมาบ่อยๆ ยิ่งถ้าเป็นวงการดารา “หลุด” แต่ละทีดูเป็นเรื่องตั้งใจ ที่น่ากลัวคือเมื่อเอกสารไม่ได้หลุดเพราะความผิดพลาด แต่เพราะใครบ้างคนตั้งใจไปเอาออกมา อย่างในกรณี AIS ที่กำลังเป็นเรื่องอยู่ในตอนนี้

สิ่งหนึ่งที่ตอนนี้ยังไม่เป็นที่นิยม เลยยังไม่เป็นที่พูดถึงนัก อาจมีบ้างแค่ในกระทู้ Pantip คือความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นแบบทวีคูณถ้าพวก hackers ที่เข้าไปขโมยข้อมูลส่วนตัว แล้วนำมาปล่อยนั้น เริ่มปลอมแปลงข้อมูลที่พวกเขาไปขโมยมา

ตัวอย่างเช่นถ้าบทสนทนาลับๆ ถูกขุดออกมา แต่มีการเติมแต่งสีสันให้ดูเลวร้ายลง ไม่ต้องมาก เพราะจะทำให้ดูเป็นของปลอม แค่พอประมาณ จากสิบๆ หน้าอาจจะมีเติมไม่กี่ประโยคที่เลวร้ายมากๆ ลงไป ก่อนอื่นเลย มันจะทำให้หาไอ้ข้อมูลที่เติมลงไปได้ยากมาก เพราะมันซ่อนๆ อยู่ แต่ถ้าเจอแล้วจะรับมือยังไงได้? จะบอกประชาชน บอกสื่อว่าเป็นของปลอมเขาก็ไม่เชื่อ เพราะอีก 99% มันเป็นของจริง ถ้าจะพิสูจน์ก็ต้องยอมเปิดเผยข้อมูลลับมากขึ้นไปอีก ซึ่งก็คงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากทำ

ลองนึกภาพตัวอย่างเหตุการของ WikiLeaks เมื่อไม่กี่ปีก่อนที่ email ส่วนตัวของนักการทูตหลายคนถูกขโมยออกมาเปิดเผย อย่างแรกที่ชัดเจนในเวทีโลก นักการทูตปากร้ายเอาเรื่องพอสมควร มีการด่า มีการนินทาลับหลังกันเป็นจำนวนมาก อ่านดูแล้วนึกว่าบทละครน้ำเน่าหลังข่าว เมื่อ email หลุดออกมา ถ้ามีการเติมนิด ลบหน่อยออกไป ใครๆ เขาก็คิดว่าเป็นของจริงทั้งนั้น เพราะที่เหลือมันเป็นของจริง แก้ข่าวได้ยากมากๆ

นาง Wasserman Schultz อดีตประธาน DNC ที่ต้องลาออกหลังจาก email ของเธอถูก hack แสดงให้เห็นว่าเธอเข้าข้างผู้สมัคร์ Hilary Clinton

สิ่งที่ทำให้การปลอมข้อมูลนั้นมีประสิทธิภาพมากคือประชาชนที่พร้อมเชื่อข้อมูลเหล่านี้ ก่อนอื่นเลยประชาชนส่วนมากมีความ “พร้อม” และ “อยาก” จะเชื่อในข้อมูลที่ “หลุด” ออกมา เพราะในหัวเขามันคือข้อมูลที่ไม่มีใครอยากให้เห็น ไปขโมยมา โดยคนดีเพื่อที่จะเปิดเผยการกระทำของคนไม่ดี ภาพที่แสนจะโลกสวยนี้ทำให้ใครหลายๆ คนเชื่อ เพียงแค่เพราะข้อมูลนั้น “หลุด” ออกมา แน่นอนว่าสื่อต่างๆ เพราะเขาไม่ต้องการเสียชื่อเสียง เขาก็อาจจะระมัดระวัง แต่เพื่อเกาะกระแสข่าว เขาก็ต้องถามผู้เสียหาย แต่แม้แต่การให้ผู้เสียหายแก้ข่าวก็อาจจะสร้างความเสียหายมากขึ้น  เพราะผู้เสียหาย ต่อให้ไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าตอบไม่ดี หรือดูไม่ดี คนดูเขาก็อาจจะคิดไปไกล เชื่อไปเองเลยว่าผิด เพียงแค่เพราะผู้ถูกกล่าวหานั้น “ดูเหมือนผิด” ซึ่งแค่นั้นก็สร้างความเสียหายแล้ว สิ่งที่ตลก ที่เราทุกคนรู้กันดีคือ ในโลกของความเป็นจริง ข้อเท็จจริงไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่ผู้คนคิดว่าเป็นจริงนั้นสำคัญกว่ามาก

ต่อให้สื่อไม่สร้างความเสียหาย social media ก็เพียงพอแล้ว มันจะเกิดการ share กันไปๆ มาๆ ซะจนคนเชื่อ อย่างที่เราได้เห็นกันบ่อยๆ เวลาข้อมูลผิดๆ ถูกกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว การแก้ข่าวผ่านทาง social media ยิ่งยากใหญ่เลย เราไม่รู้ว่ามันกระจายไปทางไหน ไปถึงไหนแล้วบ้าง และเพราะข่าวใส่ร้ายมักจะได้รับความสนใจมากกว่าแค่การแก้ข่าว แทบจะแน่นอนเลยว่าการแก้ข่าวจะไม่สำเร็จ 100%ทำให้จะมีผู้ที่ยังหลงเชื่อข้อมูลผิดๆ ไว้อยู่เป็นจำนวนมาก

ปูตินทำงานร่วมกับสื่ออย่างใกล้ชิดจนน่ากลัว

ที่น่ากลัวคือเราเริ่มมีตัวอย่างแล้วด้วย ในช่วงที่รัสเซียกำลังบุกยูเครน มีการพูดคุยระหว่างกองกำลัง NATO ว่าจะร่วมมือกับประเทศสวีเดน แต่รัฐสภาสวีเดน โดยเฉพาะผ่ายที่ต้องการร่วมมือกับ NATO ต้องปวดหัวกับข่าวลือบน social media เพราะรัสเซียปล่อยข่าวลือว่าถ้าสวีเดนร่วมมือกับ NATO จะมีระเบิดนิวเคลียร์มาประจำอยู่ที่สวีเดน NATO สามารถใช้ฐานทัพจากสวีเดนในการบุกรัสเซียได้โดยไม่ต้องขออนุญาต และทหาร NATO จะได้รับการคุ้มครองทางกฏหมาย ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเท็จ แต่คนก็เชื่อกันไปต่างๆ นาๆ แล้ว ทำให้เกิดการต่อต้านการร่วมมือนี้ บนข้อมูลที่ผิดๆ เวลาและทรัพยากรหมดไปกับการแก้ข่าว แทนที่จะได้ใช้เวลาถกประเด็นที่สำคัญจริงๆ ทำให้เราได้รู้ว่าข่าวปลอม ขอแค่เล่นกับอารมณ์ของคนให้ถูกจุด ก็สร้างความเสียหายแบบแก้แทบไม่ได้แล้ว

ทั้งหมดนี้ทำให้เราเชื่อได้ว่า Hacker จะต้องเริ่มปลอมแปลงเอกสารและข้อมูลที่ตัวเองไปขโมยมา ก่อนหน้านี้ Hacker ไม่ได้จำเป็นต้องปลอมแปลงเพราะเขาตั้งใจขโมยข้อมูลที่อยากปล่อยอยู่แล้ว คือเป็นข้อมูลที่ร้ายแรงพออยู่แล้ว และการกระทำของเขานั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ในวงแคบ แต่เมื่อรัฐบาลและหลุ่มก่อการร้ายต่างๆ เริ่มเข้ามาสู่วงการ Hacking ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา รัสเซีย หรือจีน ยิ่งทำให้ cyber-security ด้านนี้มีความสำคัญมากขึ้น เพราะข้อมูลที่รัฐบาลและกลุ่มก่อการร้ายขโมยไปนั้นมีผลต่อวงกว้างมากๆ และถ้าเกิดการปลอมแปลง ปัญหา cyber-security จะกลายมาเป็นปัญหาสังคมและการเมืองระดับประเทศ

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก pixabay โดย geralt

Share on Facebook0Tweet about this on Twitter0Share on Google+0Share on LinkedIn0